โป๊กเกอร์ เมื่อไหร่ที่คุณควร All in ประโยชน์ของการ All in

All in

คำถามที่ว่า เมื่อไหร่ผมควร All in โป๊กเกอร์ ในรอบ Pre flop? เป็นคำถามที่ถูกถามกันเข้ามาอย่างมากเเละนี้ก็เป็นอีกหนึ่งคำถามที่ตอบยากมากๆเพราะมันขึ้นอยู่กับหลายๆ ปัจจัย แทงหวยออนไลน์

ยกตัวอย่างเช่น คุณกำลังมีไพ่เเบบไหนอยู่บนมือ? ผู้เล่นคู่เเข่งที่คุณเจอเป็นเเบบไหน Tight หรือ loose? คุณอยู่ตำเเหน่งไหน มีคนอยู่ข้างหลังคุณกี่คน? คุณกำลังเล่น Cash Game หรือ Tournament

เเต่โดยทั่วๆไปเเล้ว คุณควรที่จะ All in Pre flop เเค่ไพ่ที่เเข็งเเกร่งมากๆ เช่น AA, KK, QQ, AK หรือเมื่อ stack ของคุณใหญ่เช่น Cash game เเต่ถ้าเป็นการเล่น Stack เเบบ Tournament เเล้วนั้นคุณควรที่จะ All in preflop ด้วย Range ที่กว้างขึ้นเช่น KQ, KJ หรือพวก คู่กลางๆก็ได้ เช่น 99, 88 ,77, 66

โดยการออลอินนั้นอาจจะมีเทคนิคเพิ่มเติมดังนี้

1.คุณควรจะออลอินด้วยไพ่ต่อไปนี้

ไพ่ที่คุณควรจะ all in preflop โดยเฉพาะใน Cash Game นั้นก็คือ

  • AA
  • AK
  • KK
  • QQ
  • JJ (เป็นบางครั้ง)
  • AQ (เป็นบางครั้ง)

ขึ้นอยู่กับสถานการณ์เเละประเภทของผู้เล่นโดยคุณสามารถปรับให้กว้างหรือเเคบลงขึ้นอยู่กับวิธีการเล่นของคุณ

เช่น หากคุณกำลังเล่นใน Tournament เเละกำลังจะเข้าสู่ Final Table ด้วย short stack ที่มีประมาณเเค่ 20 Big Blinds เพราะฉะนั้นเเลว้คุณไม่สามารถที่จะนั่งเฉยๆเเละรอไพ่ด้านบนได้ เพราะการที่ Blinds จะขยับเรื่อยๆในการเล่น tournament ส่งผลให้คุณอยู่ใต้ความกดดันที่ต้องตัดสินใจเล่น เพราะฉะนั้นเเล้วหากเป็นสถานการณ์เเบบนี้จะสามารถเพิ่มไพ่เหล่านี้เข้าไปได้

  • TT
  • 99
  • 88
  • 77
  • 66
  • AJ
  • AT
  • KQ

เเต่ก็ขึ้นอยู่กับ Stack ที่เหลือ ประเภทผู้เล่นบนโต๊ะ เเละตำเเหน่งอีกด้วย เเต่ด้วยเเนวคิดเเล้วอยากให้คุณเข้าใจถึงการเลือกไพ่ที่จะ All in Preflop นั้นขึ้นอยู่กับสถานการณ์ค่อนข้างๆมากเพราะว่าคุณกำลังทุ่มชิพทั้งหมดที่มี เพราะฉะนั้นเเล้วคุณต้องพยายามที่จะเล่นอยู่ในฝั่งที่ตุณมีโอกาสชนะสูงสุด

2. Stack Size คือสิ่งสำคัญเมื่อต้อง All in Preflop

ก่อนที่จะ All in Preflop ใน Tournament เป็นเรื่องสำคัญมากๆที่จะต้องพิจารณา Stack ก่อน

เเต่ในการเล่น Cash Game นั้น Stack นั้นค่อนข้างที่จะ Deep อยู่เเล้ว เช่น โดยมาตราฐาน Buy in ที่มากที่สุดที่เข้าไปใน Cash Game ได้คือ 100 Big Blinds เเต่ตำเเหน่งก็สำคัญเช่นกัน

อย่างที่กล่าวไปข้างต้นในการเล่น Tournament ช่วงท้ายนั้นก่อนที่จะ All in นั้นต้องพิจารณษให้ดีก่อนโดยเราสามารถให้ Stack เหลือถึงได้ประมาณ 10 Big Blinds เเต่ก่อนที่จะ All in นั้นคุณก็ต้องเข้าใจด้วยว่าคู่ต่อสู้ของคุณก็พร้อมที่จะ All in Preflop ด้วยเหมือนกัน เพราะฉะนั้นเเล้วคุณต้องทำการขยาย Range ตามไปด้วย

เช่น ทุกคนก่อนหน้าคุณนั้นหมอบมาทุกคน ให้คุณที่อยู่ Button คุณเหลืออยู่ 15 Big Blinds คุณควรจะ All in ด้วย Hand ดังนี้

  • AA, KK, QQ, JJ, TT, 99, 88, 77, 66, 55, 44, 33, 22
  • AK, AQ, AJ, AT, A9, A8, A7, A6, A5, A4, A3, A2
  • KQ, KJ, KT, K9
  • QJ, JTs, 98s, 87s

โดยอาจจะกว้างหรือเเคบกว่านี้ขึ้นอยู่กับคนที่อยู่ตำเเหน่ง Blinds เพื่อเพิ่มโอกาสชนะมากขึ้น

เเต่ใน Cash Game นั้นคุณจะไม่ได้ All in ในสถานการณ์เเบบนี้ เเต่คุณควรที่จะทำการ Raise Preflop ประมาณ 2x-3x Big Blinds เเละรอดูสถานการณ์ต่อไป เพราะในการเล่น Cash Game นั้น Stack จะค่อนข้าง Deep เเละ Blind เท่าเดิมเสมอทำให้ไม่มีเเรงกดดันจากการขยับ Blinds เเละการเอาชีวิตรอด

3.คุณควร All in เมื่อเจอกับ Loose Players

สิ่งสำคัญอีกหนึ่งอย่างคือการทีประเมินประเภทของผู้เล่นที่คุณกำลังเจอ สรุปง่ายๆก็คือ คุณควรที่จะ All in ให้บ่อยขึ้นเมื่อเจอกับผู้เล่น Loose Aggressive เเละ All in ให้น้อยลงเมื่อเจอกับผู้เล่น Tight เพราะว่าเมื่อคุณเจอกับผู้เล่นที่เป็น Loose นั้นหมายความพวกเขาจะเล่นไพ่เเย่ๆบ่อยๆเเละ Bluffsมาตลอด ต่างกับผู้เล่น Tight ที่จะเล่นไพ่ที่เเข็งเเกร่งตลอด

เพราะฉะนั้นเเล้วคุณควรที่จะคำนึงเสมอว่ากำลังเจอใครอยู่ การเล่นโป๊กเกอร์นั้นเป็นการวัดผลในระยะยาวเพราะฉะนั้นเเล้วถ้าคุณเล่นไพ่ที่เหนือกว่าผู้เล่น Loose เเละ All in ในฝั่งที่ EV เป็น + เสมอคุณจะสามารถทำกำไรได้ในระยะยาวถึงเเม้ว่าจะมีบาง Hand ที่เเพ้ไปบ้างจากการ Bad beat เเต่ในระยะยาวเเล้วข้อมูลสถิติไม่เคยโกหก

4.เมื่อไหร่ที่คุณควรจะ All in หลังจาก Flop

หลังจากที่รู้เเล้วว่าเมื่อไหร่ที่คุณควร All in Preflop ต่อมาคือเมื่อไหร่ที่คุณควร All in PostFlop

เเละเป็นอีกครั้งหนึ่งที่เราต้องประเมิน Stack โดยจะขอสมมติให้เป็นมาตราฐานคือ 100 Big Blinds โดยทั่วๆไปเเล้วคุณควรที่จะ All in Postflop เมื่อคุณมีไพ่ที่เเข็งเเกร่ง

  • Two pair
  • Trips
  • Set
  • Straight
  • Flush

เช่น คุณอยู่ตำเเหน่งปุ้มเเละ Raise Preflop ด้วย A♣K♠ เเละ Flop ออกมาเป็น  K♥T♦9♣ ผู้เล่นก่อนหน้าคุณที่เป็น Tight ทำการ Check คุณทำการ Bet ต่อ ผู้เล่นคนนั้นทำการ Check Raise คุณจะทำยังไงต่อ?

คำตอบคือควรที่จะ Call ไม่ใช่ Raise All in เหตุผลก็คือ Board เเบบนี้มีความเป็นไปได้สูงมากที่ผู้เล่นคนนั้นจะตามมาจาก Preflop ด้วยไพ่ที่เเข็งเเกร่ง

  • KT
  • K9
  • 99
  • TT
  • QJ

Hand เหล่านี้อยู่ใน Range ของผู้เล่นประเภท Tight ที่จะสามารถ Call Raise Preflop เข้ามาได้ ทำให้ Out ของผู้เล่นนี้เมื่อเทียบกับคุณในการที่จะพัฒนาเป็นไพ่ที่เเข็งเเกร่งกว่าเดิมนั้นต่างกันอย่างมาก

ในสถานการณ์เเบบนี้เราจะมีเเต่เสียกับเสีย ถ้าเรา All in เพราะเมื่อเทียบโอกาสความน่าจะเป็นเเล้วเราจะเเพ้ได้เยอะมากกว่าชนะหรือที่เราเรียกกันว่า – EV นั้นเอง เพราะในโป๊กเกอร์เราต้องโอกาสชนะที่มากกว่าอยู่เสมอ ในสถานการณ์นี้เราทำได้เพียงเเค่ Call เพื่อไปดู Turn ได้ 1 ครั้งเเละตัดสินใจต่อไป

5.ประโยชน์ของการ All in Preflop

โดยปกติเเล้วโปร โป๊กเกอร์จะ All in Preflop น้อยกว่าผู้เล่นมือใหม่ เเละนี้เป็นสิ่งหนึ่งที่ Daniel Nagreanu เคยกล่าวไว้ในรายการของเขาโดยใช้กลยุทธ “ Small Ball “ เป็นการพยายามควบคุมปริมาณ pot เมื่อดูจากสถานการณ์ที่ต่างๆกัน เเละปรับมาให้เขาเป็นคนได้เปรียบหลังจากเปิด Flop

ทำไมสกิลนี้จึงสำคัญ นั้นก็เพราะว่าเมื่อคุณ All in preflop ด้วยไพ่อย่าง AK ความจริงเเล้วมันเป็นการค่อนข้างเสี่ยงดวงเหมือนกันเพราะถ้าเจอไพ่พวก QQ, JJ, TT, 99 ไพ่เหล่านี้นับว่ามี 50% Equity เมื่อเทียบกับ AK ตอน Preflop

เเละเเน่ที่ว่าโปรเหล่านั้นไม่ได้ชนะในโป๊กเกอร์ด้วยการเสี่ยงดวง เเต่พวกเขาชนะด้วยการ Control Pot ให้อยู่ในปริมาณที่เหมาะสมเเละใช้สกิลของตัวเองในการประยุกต์กลยุทธในรอบถัดๆไปให้เกิดความได้เปรียบ หรือหลบในตอนที่ไพ่ไม่เป็นใจ

สรุป

เพราะฉะนั้นเมื่อเกิดคำถามว่า ควรจะ All in Preflop ไหม คำตอบคงเป็นว่าขึ้นอยู่กับว่าคุณกำลังทำอะไรอยู่ เล่นในเกมไหน เจอกับใคร สถานการณ์เป็นอย่างไร ในโป๊กเกอร์นั้นไม่มีสูตรตายตัวที่จะทำให้คุณชนะ เพราะฉะนั้นถ้าถามผมสำหรับมือใหม่เเล้วคุณควรจะ all in preflop ด้วยไพ่ที่เเข็งเเกร่งมากๆ AA, KK,QQ, AK เท่านั้น เเละด้วยไพ่ที่เเข็งเเกร่งรองลงมานั้นคุณต้องพยายามตัดสินใจขึ้นอยู่กับสถานการณ์อื่นๆประกอบ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *